นักลงทุนสัมพันธ์

สารจากประธานกรรมการบริษัท


ปี 2559 เป็นอีกปีหนึ่งที่ท้าทายสำหรับตลาดทุนต่างประเทศนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนอันดีในอัตราร้อยละ 9.5 แต่ตลาดหลักทรัพย์หลักของประเทศหลักๆอื่นๆ กลับตกอยู่ในภาวะไม่สดใส โดยที่ ดัชนี Euro Stoxx 50 ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 50 แห่งในประเทศเขตยูโรโซน ลดลงร้อยละ 2.5 เมื่อใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นฐานในปีที่ผ่านมา และดัชนี FTSE 100 ของประเทศอังกฤษลดลงร้อยละ 4.1 เมื่อใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นฐาน โดยค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงดิ่งลงอย่างแรงจากผลของประชามติในเดือนมิถุนายนที่ให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกภาพสหภาพยุโรป ส่วนภาพรวมของตลาดฯเอเชียดูดีขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เมื่อใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นฐาน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น และดัชนี MSCI Asia ex-Japan เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 เช่นเดียวกัน ในขณะที่ตลาดทุนของประเทศเกิดใหม่หลายแห่งมีผลประกอบการในปี 2559 ทั้งดีและไม่ดีแตกต่างกันไป แต่ตลาดเกิดใหม่จำนวนหนึ่งในแถบเอเชียมีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2559 นั้น มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งโดยมีดัชนีตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 เมื่อใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นฐาน และจัดได้ว่าเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการดีที่สุดแห่งหนึ่งในปีที่ผ่านมา

อุปสรรคเบื้องหน้าหลายประการที่ท้าทายตลาดทุนต่างประเทศในปี 2559 นั้น มาจากการคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในระหว่างปี 2559 สืบเนื่องจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด)ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2558 แต่ในที่สุดเลือกที่จะรอดูสถานการณ์เพิ่มเติมไปจนถึงเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งในการประชุมรอบสุดท้ายของปี เฟด ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระหว่างปี 2559 ตามที่ได้คาดการณ์กันไว้ ส่งผลเพียงพอที่จะทำให้ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐอเมริกาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปีได้ตกลงไปอยู่ที่ร้อยละ 1.3 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 และกลับมาปิดที่ร้อยละ 2.5 เมื่อสิ้นสุดปี
อุปสรรคประการที่สองสำหรับตลาดทุนต่างประเทศเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในหลายประเด็นที่ไม่คาดคิดมาก่อน ประเด็นที่โดดเด่นที่สุดก็คือ การเลือกตั้งในประเทศสหรัฐฯที่ส่งผลให้โดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี ซึ่งโดดเด่นกว่าประเด็นเรื่องการลงคะแนนเสียง Brexit ที่เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วยุโรปรวมถึงประเด็นการลงคะแนนเสียงเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญของประเทศอิตาลี แม้จะมีความเห็นในวงกว้างที่คาดการณ์ไว้ว่า ตลาดทุนโดยทั่วไปจะตกลงหากนายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความเห็นที่อ้างอิงจากสถานการณ์ “ความไม่แน่นอน” ที่ได้ก่อตัวขึ้น แต่ตลอดหลายสัปดาห์หลังจากการเลือกตั้งผ่านไป ปรากฏผลในเชิงบวกสำหรับนักลงทุนในตลาดทุนของสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวในตลาดทุนสหรัฐฯสะท้อนให้เห็นว่า มีการคาดการณ์ว่า การก้าวสู่การเป็นประธานาธิบดีของนายทรัมป์จะนำมาซึ่งการหมุนเวียนของเศรษฐกิจให้คล่องขึ้น และขยายตัวเพิ่มขึ้น, การปรับลดภาษีนิติบุคคล, การเพิ่มการใช้จ่ายในระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการกำกับดูแลที่ไม่ควบคุมมากจนเกินไป
ปฏิกิริยาในกลุ่มของตลาดเกิดใหม่ต่อการขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของนายทรัมป์เป็นไปอย่างไม่คึกคักมากนัก อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ความคาดหวังที่จะเห็นตลาดทุนสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น และความกังวลที่นายทรัมป์ต้องการใช้นโยบายชาตินิยมมาดำเนินการในเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการค้าขายระหว่างประเทศ ได้ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่กลับไปยังสหรัฐอเมริกา
ศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2559 อ่อนแอ ท่ามกลางสภาวะการส่งออกที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภูมิภาค อัตราการเจริญเติบโตของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปิดที่ร้อยละ 3.2 เติบโตเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการเจริญเติบโตในปี 2558
รัฐบาลไทยมีแนวทางในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นประชาธิปไตย โดยระบุว่าการเลือกตั้งน่าจะจัดขึ้นได้ในช่วงปลายปี 2560 หรืออาจจะเป็นช่วงต้นปี 2561 ในขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ได้ดำเนินการอย่างขะมักเขม้นในการริเริ่มหลายโครงการที่ออกแบบมาเพื่อใช้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว โครงการเหล่านี้ครอบคลุมไปในหลายด้าน ทั้งด้านการศึกษา ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูประบบเงินบำนาญ รวมถึงนโยบายทางด้านอุตสาหกรรม
ในการก้าวสู่ปี 2560 เศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพมั่นคงขึ้นและอยู่ในสภาวการณ์ที่ดี จริงอยู่ ที่การบริโภคภายในประเทศยังคงไม่คึกคัก ด้วยถูกจำกัดจากปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรกำลังปรับตัวสูงขึ้น และในปี 2560 นี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานก็ได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็วมากขึ้น เราอยากให้ความสำคัญกับแผนการต่างๆ ของรัฐบาลในการพัฒนาโครงการเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (the Eastern Economic Corridor – EEC) ซึ่งป็นหัวใจหลักของการปฏิรูปประเทศสู่โมเดลประเทศไทย 4.0 โดยโครงการ EEC นี้ จะก่อให้เกิดการใช้จ่ายมากกว่า 40,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในระบบโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนในภูมิภาคซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,000 ตารางกิโลเมตรทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักทางด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศไทยอยู่แล้ว การลงทุนที่ได้รับการนำเสนอพร้อมทั้งแรงจูงใจต่างๆ ในการลงทุนนั้นจะสร้างให้ EEC เป็นศูนย์กลางที่สำคัญในระบบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสำหรับภาคการผลิต นอกจากนี้ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการเติบโตในภูมิภาคโดยตรงตามที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงการเติบโตของอินเดียที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ประกอบกับการเจริญเติบโตที่มั่นคงขึ้นของสหรัฐ ขณะเดียวกัน ประเทศในกลุ่มยูโรโซนจะยังคงเผชิญกับความท้าทายทางการเมืองและเศรษฐกิจในปีที่จะถึงนี้ ซึ่งจะทำให้การเจริญเติบโตอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้วมากกว่าจะเป็นทิศทางที่แย่ลงในภาพรวม
ในส่วนของตลาดทุนไทย ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า น่าจะเป็นตลาดที่มีมูลค่าที่เหมาะสมแล้วมากกว่าตลาดที่มีมูลค่าที่ดีเพื่อการลงทุนเมื่อมองจากสถานการณ์ในปัจจุบัน หากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2560 อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อมากกว่าการคาดการณ์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็อาจจะเป็นการยากสำหรับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (และดัชนีตลาดอื่นๆ) ที่จะสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้ในปี 2560 อย่างไรก็ตาม ระดับดัชนีในประเทศไทยมีแรงหนุนมาจากแนวโน้มการเติบโตของอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นในตลาดและงบดุล
ในด้านผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในปี 2559 บมจ. ฟินันซ่า(ฟินันซ่า) มีรายได้ 417.1 ล้านบาท ( ลดลงร้อยละ 56 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) และกำไรสุทธิ 130.7 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 77 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) เป็นการยากที่จะเปรียบเทียบผลประกอบการปีต่อปี เนื่องจากในปี 2558 บริษัทได้จำหน่ายสินทรัพย์บางส่วนออกไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้ยอดขายและกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนั้น โดยสินทรัพย์ที่มีการจำหน่ายออกไปนั้น รวมถึงสิทธิการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า และผลจากการดำเนินการทางธุรกรรมต่างๆ นั้นทำให้ฟินันซ่าก้าวเข้าสู่ปี 2559 ด้วยการเป็นองค์กรที่มีโครงสร้างที่กระชับและมีฐานรายได้ที่ส่งรายได้อย่างต่อเนื่อง ผลประกอบการในปี 2559 สามารถพิจารณาให้เป็นฐานตั้งต้นสำหรับบริษัทในการขยายยอดขายและรายรับให้เติบโตต่อไปในอนาคต
จากมุมมองทางด้านการดำเนินงาน ข้อสรุปสำคัญในปี 2559 ประกอบด้วย การเติบโตของรายได้จากการให้เช่าคลังสินค้าและโรงงาน รายได้ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการคลังสินค้าและโรงงานบนพื้นที่ 89,024 ตารางเมตรที่โครงการบางกอก ฟรีเทรดโซน โดยมีสัดส่วนสำคัญเท่ากับร้อยละ 45 ของรายได้สุทธิของฟินันซ่าในปี 2559 และนับเป็นฐานรายได้ต่อเนื่องที่สำคัญสำหรับกลุ่มบริษัทต่อไปในภายภาคหน้า
ในปี 2559 บริษัทมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมต่างๆเป็นจำนวนเงิน 96.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 สะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งประกอบกันจากบริษัทในเครือคือ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ โดยทำกำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 68 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนที่กลุ่มบริษัทได้เข้าถือหุ้นอยู่จำนวนร้อยละ 9.78
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด (บล.ฟินันซ่า) ประสบกับสถานการณ์ที่เงียบเหงากว่าในปีที่ผ่านมา โดยธุรกรรมด้านวาณิชธนกิจตามสัญญาจ้างจำนวนหนึ่งมีความล่าช้าในการดำเนินงาน ผลักดันให้ธุรกรรมต่างๆต้องเลื่อนไปเป็นปี 2560 อย่างไรก็ดี เป็นที่น่ายินดีที่จะรายงานว่า บล.ฟินันซ่า ได้รับคัดเลือกเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ให้แก่ บมจ.บีซีพีจี ในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก ซึ่งมีมูลค่ารวม 170 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2559 อนึ่ง ธุรกรรมดังกล่าวได้รับคัดเลือกจาก The Asset Triple A ให้เป็นธุรกรรม IPO แห่งปี ถือเป็นการตอกย้ำถึงชื่อเสียงของทีมวาณิชธนกิจของบริษัทที่มีความป็นเลิศในอุตสาหกรรมนี้
ในด้านการลงทุน การร่วมทุนเพื่อการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนกับบริษัท เอสบีไอ โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น ได้หยุดกิจการลงหลังจากผ่านระยะเวลาการทดลองเป็นเวลาสองปี โดยบริษัทเป้าหมายในภูมิภาคเพื่อการลงทุนยังมีไม่เพียงพอ และในการสร้างผลงานต้องใช้เวลาอย่างมาก การแยกตัวจากกันนั้นเป็นไปอย่างฉันท์มิตร อย่างไรก็ตาม ฟินันซ่ายังได้ดำเนินการลงทุนสำคัญรายการหนึ่ง โดยต่อมาในเดือนธันวาคม 2559 ฟินันซ่าได้ประกาศการลงทุนจำนวน 237 ล้านบาทในบริษัทนีโอ คอร์ปอเรท จำกัด ซึ่งได้ก่อตั้งมายาวนานและประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวในประเทศไทย
ความคืบหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือบริษัท ฟิทช์ เรตติ้ง ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของฟินันซ่าอยู่ที่ BBB- (tha) โดยคงระดับแนวโน้มไว้ที่มีเสถียรภาพ การจัดอันดับครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนความสามารถของฟินันซ่าในการออกหุ้นกู้ระยะสั้นและระยะยาวต่อไป
ในการก้าวเข้าสู่ปี 2560 โอกาสทางธุรกิจของกลุ่มฟินันซ่ามีแนวโน้มที่ดี โดยที่กลุ่มบริษัทมีฐานรายได้ที่มั่นคงขึ้นจากรายได้ต่อเนื่องของธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ มีสัญญาณรายได้ที่สดใสจากสัญญาจ้างของธุรกิจวาณิชธนกิจ และการที่สภาวะตลาดทุนไทยยังคงสูงขึ้นอยู่เรื่อยๆนี้ ก็จะช่วยสนับสนุนรายได้ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเช่นกัน

อ่านรายละเอียด >>

สรุปข้อมูลการเงินประจำปี

งบการเงินรวม 2560 2559 2558
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 454.9 409.8 492.8
รายได้อื่น 27.6 7.3 451.2
รวมรายได้ 482.5 417.1 944.0
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 52.5 57.7 40.8
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 237.6 211.1 209.8
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 43.0 54.8 88.8
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 73.1 52.2 102.1
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 406.2 375.8 441.5
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 74.9 96.6 69.0
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) (18.9) (7.2) (8.7)
กำไรสุทธิสำหรับปี 132.3 130.7 562.8
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.54 0.53 2.28
 
งบการเงินรวม 31 ธ.ค. 2560 31 ธ.ค. 2559 31 ธ.ค. 2558
รวมสินทรัพย์ 3,592.1 3,681.1 3,534.8
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,312.4 1,495.8 1,423.9
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,279.7 2,185.3 2,110.9
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 3,592.1 3,681.1 3,534.8
หุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว (หุ้น) 247,039,600
 
2560
31 ธ.ค. 2560
2559
31 ธ.ค. 2559
2558
31 ธ.ค. 2558
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม 27.4% 31.3% 59.6%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย 3.6% 3.6% 18.6%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย 5.9% 6.1% 30.1%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.58 0.68 0.67
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 9.23 8.85 8.54
 

รายงานประจำปี

งบการเงินรายไตรมาส

งบการเงินรวม (ล้านบาท) Q3-2560 Q4-2560 Q1-2561 Q2-2561 Q3-2561 % QoQ % YoY
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 105.8 142.6 122.6 73.1 85.0 16% -20%
รายได้อื่น 5.7 6.1 1.2 0.9 3.0 233% -47%
รวมรายได้ 111.5 148.7 123.8 74.0 88.0 19% -21%
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 12.8 13.0 12.7 12.8 13.0 2% 2%
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 56.2 70.0 65.3 55.5 51.4 -7% -9%
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 12.1 9.2 (0.7) 23.3 11.7 -50% -3%
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 8.2 48.7 18.4 8.4 8.7 4% 6%
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 89.3 140.9 95.7 100.0 84.8 -15% -5%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 10.1 35.3 15.6 10.6 (10.0) -195% -199%
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) (5.6) (6.1) (5.6) 0.6 1.8 200% -132%
กำไรสุทธิสำหรับงวด 26.7 37.0 38.1 (14.8) (5.0) -66% -119%
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.11 0.15 0.15 (0.06) 0.02 -66% -119%
 
งบการเงินรวม (ล้านบาท) 30 ก.ย. 2560 31 ธ.ค. 2560 31 มี.ค. 2561 30 มิ.ย. 2561 30 ก.ย. 2561 % QoQ % YoY
รวมสินทรัพย์ 3,492.4 3,592.1 3,686.4 3,545.9 3.419.8 -3.6% -2.1%
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,266.8 1,312.4 1,381.2 1,274.1 1,157.2 -9.2% -8.7%
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,225.6 2,279.7 2,305.2 2,271.8 2,262.6 -0.4% 1.7%
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 3,492.4 3,592.1 3,686.4 3,545.9 3,419.8 -3.6% -2.1%
 
Q3-2560
30 ก.ย. 2560
Q4-2560
31 ธ.ค. 2560
Q1-2561
31 มี.ค. 2561
Q2-2561
30 มิ.ย. 2561
Q3-2561
30 ก.ย. 2561
% QoQ % YoY
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม 23.9% 24.9% 30.8% -20% 5.7%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย 0.8% 1.0% 1.0% -0.4% -0.1%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย 1.2% 1.6% 1.7% -0.6% -0.2%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.57 0.58 0.60 0.56 0.51
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 9.01 9.23 9.33 9.20 9.16 -0.4% 1.7%
 

ตัวชี้วัดผลงาน

กำไรต่อหุ้น (ในรอบ12 เดือน)

สินทรัพย์รวม

ส่วนของผู้ถือหุ้น

มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น

ข่าวและประกาศ

ราคาหุ้น

เงินปันผล

ช่วงเวลา เงินปันผล วันที่ขึ้น XD วันที่จ่ายเงินปันผล
1 ม.ค. 60 - 31 ธ.ค. 60 0.15 บาท 7 พ.ค. 61 24 พ.ค. 61
1 ม.ค. 59 - 31 ธ.ค. 59 0.10 บาท 3 พ.ค. 60 24 พ.ค. 60
1 ม.ค. 58 - 31 ธ.ค. 58 0.10 บาท 3 พ.ค. 59 19 พ.ค. 59
1 ม.ค. 58 - 30 มิ.ย. 58 0.20 บาท 14 ต.ค. 58 27 ต.ค. 58
1 ม.ค. 57 - 31 ธ.ค. 57 0.10 บาท 3 พ.ค. 58 25 พ.ค. 58
 

หัวข้อในการประชุมผู้ถือหุ้น/ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

  • การเสนอระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ เป็นการล่วงหน้าในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น  >> อ่านรายละเอียดได้ที่นี่