นักลงทุนสัมพันธ์

สารจากประธานกรรมการบริษัท

      ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของปี 2563 ได้มีสัญญาณให้เห็นแล้วว่า ปี 2563 นี้จะเป็นปีที่ต้องเผชิญความท้าทายทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอีกปีหนึ่ง การอุบัติขึ้นและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์แห่งปี ได้ก่อให้เกิดกระแสการนำมาตรการด้านต่างๆมาปฏิบัติกันทั่วโลกเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสนี้ เช่น การกำหนดให้ปิดพรมแดนและปิดกิจการในหลายๆประเทศส่งผลให้ตลาดการเงินสั่นคลอน และนั่นหมายถึง ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังจะเห็นได้จาก ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 (S&P 500) ปรับตัวลดลงร้อยละ 34ในช่วงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ถึง 23 มีนาคม จนมีคำถามเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะตกต่ำถึงจุดไหนและจะดำเนินอยู่นานเท่าไร อย่างไรก็ดี ยังพอมีความหวังอยู่บ้างว่า การที่ความชันของกราฟที่แสดงอัตราการติดเชื้อโควิดอยู่ในระดับลดลง (Flattening of the curve) น่าจะนำไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในรูปแบบตัว “V” ได้โดยได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิดอย่างรวดเร็ว แต่บรรดาผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการมองสถานการณ์ในแง่ดีเกินไป โดยคนเหล่านั้นเชื่อว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะกลับไปสู่ระดับก่อนการเกิดโควิดนั้นจะเป็นไปอย่างช้า ๆ และค่อยเป็นค่อยไป การที่บรรดาธนาคารกลางของประเทศต่างๆมีกำหนดเพดานการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมและยอมรับว่า การลดอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลเพียงเล็กน้อยต่อระดับการลงทุนและการบริโภคของภาคเอกชน ดังนั้น แรงกดดันจึงไปตกอยู่ที่รัฐบาลในประเทศชั้นนำหลายประเทศ ที่ต่างก็เร่งการใช้จ่ายทางการคลังเพื่อรับมือกับภาวะการว่างงาน และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะล้มละลายกับธุรกิจต่างๆ ในภาวการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต่างๆ หันไปใช้มาตรการกระตุ้นทางการคลังและการกู้ยืม โดยในเวลาไล่เลี่ยกันก็ให้ธนาคารกลางเร่งซื้อหุ้นกู้อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน.
แม้จะมีการคาดการณ์ที่ค่อนข้างเป็นเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ในตลาดตราสารทุนกลับมีสภาพคล่องจากเงินที่มีอยู่อย่างล้นเหลือซึ่งเกิดจากการกระตุ้นการไหลเวียนของปริมาณเงินมหาศาลจากการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารกลางในประเทศต่างๆยังส่งสัญญาณว่า จะขยายเวลาคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำออกไปอีกเป็นระยะเวลาหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดตราสารทุนเริ่มปรับตัวขึ้นนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมา นักลงทุนได้รับความมั่นใจจากการปรับมุมมองที่มีต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ในสถาณการณ์ดังกล่าว พากันมองหาโอกาสใหม่ๆ และด้วยเล็งเห็นว่า การระบาดของโรคครั้งนี้กำลังขับเคลื่อนแนวโน้มทางสังคมและเศรษฐกิจบางด้านไปในทิศทางใหม่ๆ ที่เห็นได้ชัด เช่น ในด้านการช็อปปิ้งออนไลน์ การทำงานจากที่บ้าน เทคโนโลยี AI คลาวด์ และระบบการทำงานและควบคุมแบบอัตโนมัติต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการยอมรับด้วยว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก (Supply Chain) และแนวโน้มการใช้จ่ายสาธารณะที่เพิ่มขึ้นจะผลักดันให้นำไปสู่การเริ่มต้นลงทุนที่สำคัญๆเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก.
สำหรับดัชนีเอสแอนด์พี 500 โดยมีบริษัทด้านเทคโนโลยีเป็นกลุ่มนำ มีการเติบโตทำให้ดัชนีมีจุดสูงสุดใหม่ในวันที่ 31 ธันวาคม โดย ณ สิ้นสุดปี เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และสูงกว่าระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคมถึงร้อยละ 72.
สำหรับตลาดหลักทรัพย์ในประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา ในช่วงแรกมีการปรับตัวลดลงเนื่องจากการอุบัติของโรคระบาดโควิด และนักลงทุนโยกย้ายไปยังประเทศสหรัฐฯเพื่อความปลอดภัย แต่เริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายปีหลังจากมีการประกาศใช้วัคซีนป้องกันโควิด ส่วนตลาดหลักทรัพย์ในประเทศแถบเอเชีย เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ค่อนข้างปรับตัวได้ดี เนื่องจากรายงานผลกระทบจากโควิดด้านสุขภาพของคนในภูมิภาคนี้ค่อนข้างเบาบาง นอกจากนี้ ยังเป็นที่ชัดเจนอีกว่า ประเทศจีนจะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของโลกในอนาคตต่อไป.
จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถรับมือกับผลกระทบด้านสุขภาพจากโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่ทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเหือดหายของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มหดตัวร้อยละ 6 ในปี 2563 และการเติบโตในปี 2564 มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม สถานะบัญชีเดินสะพัดและเงินสำรองระหว่างประเทศของไทยยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่มาก.
สำหรับดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index)ในปี 2563 มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าตลาดอื่นๆในภูมิภาคเดียวกัน โดยที่ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศแถบเอเชียเหนือโดยทั่วไปมีผลการดำเนินการที่สูงกว่า เนื่องจากมีความได้เปรียบทางด้านเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตกลงร้อยละ 8 ตลอดทั้งปี แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ41 จากระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคม
ก้าวเข้าสู่ปี 2564 ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อตราสารทุนเริ่มมีการปรับเปลี่ยนให้เห็นบ้าง และได้มีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนการลงทุนไปยังกลุ่มตราสารทุนตามวัฏจักรที่มีผลประกอบการต่ำกว่าตลาด อย่างไรก็ตาม เราขอเตือนว่า ช่วงเวลาที่ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างเช่นในขณะนี้คงจะมีระยะเวลาไม่นานนัก รวมถึงการที่ธนาคารกลางของประเทศใหญ่ๆจะให้การสนับสนุนสภาพคล่องในระดับสูงเป็นพิเศษเช่นนี้ก็มีเวลาจำกัดด้วยเช่นกัน.
ความไม่แน่นอนโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ แม้จะมีความหวังว่าการเปิดตัวของวัคซีนป้องกันโควิดจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจได้ อย่างไรก็ตาม ระดับความเสียหายทางเศรษฐกิจในระยะยาวที่เกิดจากการแพร่ระบาดยังไม่เป็นที่รับรู้ ในส่วนของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีไบเดน มีความพยายามที่จะดำเนินนโยบายผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน และตามที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ภาพรวมของปี 2564 จะได้เห็นภาพลักษณ์ของประเทศจีนที่มีความแข็งแกร่ง (และแข็งกร้าว) มากยิ่งขึ้น.
ณ เวลานี้ ตลาดตราสารทุนดูเหมือนจะปรับตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้าๆตลอดปี 2564 ถึง 2565 ซึ่งหมายความว่า ผลประกอบการของบริษัทต่างๆมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่การเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปีของปี 2564 น่าจะได้เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งเราคาดว่า อัตราการเติบโตจะอยู่คงที่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญในการรักษาระดับมูลค่าหุ้นในตลาดให้อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ คือ การสนับสนุนจากธนาคารกลางของประเทศต่างๆในการตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำในระยะยาว แต่ความเสี่ยงหลักที่มีต่อตลาดการเงินที่ยังเป็นที่ถกเถียงกัน คือเรื่องของสภาพคล่อง ซึ่งอาจลดลงจากอัตราเงินเฟ้อและ / หรือการผิดนัดชำระหนี้ในตลาดตราสารหนี้.
ตลอดปี 2564 ความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยและระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนต่างชาติยอมรับได้ จะเป็นองค์ประกอบขับเคลื่อนทัศนคติของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีเงินทุนไหลออกอย่างมากจากตลาดหลักทรัพย์ในประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา และมีแนวโน้มที่เงินทุนเหล่านั้นจะไหลกลับเข้ามาในปี 2564 แต่กระนั้นก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังไม่น่าจะมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นนักในปีนี้ อีกทั้งการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2564 ได้ถูกปรับลดลงไปเรียบร้อยแล้ว โดยบางสถาบันคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะต่ำกว่าร้อยละ 4.0 สำหรับปีนี้ เมื่อคำนึงถึงการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกที่ซบเซา นักลงทุนจึงมีแนวโน้มหันไปแสวงหาตลาดหลักทรัพย์ในประเทศอื่นๆที่เห็นการเติบโตของผลประกอบการที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งการเติบโตนั้นเป็นผลจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง.
กล่าวถึงผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในปี 2563 บมจ. ฟินันซ่ามีผลประกอบการกำไรสุทธิรวมจำนวน 223.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิจำนวน 82.6 ล้านบาทในปี 2562 ทั้งนี้ เป็นเพราะผลประกอบการในปี 2562 ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ตกต่ำลงอย่างมากจากธุรกิจวาณิชธนกิจของบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด (บล.ฟินันซ่า) และจากผลประกอบการขาดทุนของธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)(บล.ฟินันเซียฯ) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ซึ่งทั้งสองธุรกิจนี้กลับมามีผลดำเนินงานฟื้นตัวอย่างมากในปี 2563 สำหรับธุรกิจวาณิชธนกิจ บล. ฟินันซ่าได้รับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ในการนำเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกของบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มูลค่า 15,000 ล้านบาท ในกรณีของ บล.ฟินันเซียฯ ผลประกอบการของบริษัทได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า และส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นของธุรกรรมการซื้อขายหล้กทรัพย์โดยนักลงทุนในประเทศ รวมถึงความมีประสิทธิภาพที่เกิดจากการควบคุมต้นทุนอย่างรัดกุม นอกจากนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นของกลุ่มในปี 2563 ยังมีสาเหตุมาจากการบันทึกกำไร One-off gain ที่ได้รับจากการขายธุรกิจคลังสินค้าของฟินันซ่าให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่า อสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (Prospect Logistics and Industrial Leasehold Real Estate Investment Trust) ในเดือนสิงหาคมอีกด้วย.
ในปี 2563 ฟินันซ่าได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบมจ. มั่นคงเคหะการ (MK) จากร้อยละ 18.8 ณ สิ้นปี 2562เป็นร้อยละ 26.5 ณ สิ้นปี 2563 โดยวิธีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Tender Offer) ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ฟินันซ่า ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจของ MK อย่างแข็งขัน ด้วยการสนับสนุนให้ปรับจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียวไปเป็นการผสมผสานระหว่างธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนเพื่อสร้างฐานรายได้ประจำของ MK ซึ่งการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์นี้ได้คืบหน้าไปอย่างน่าพอใจ และแม้ว่าปี 2563 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ MK เพราะต้องประสบกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของโควิดที่มีต่อความต้องการที่อยู่อาศัย แต่การพัฒนาคุณภาพของแหล่งรายได้ให้มีประสิทธิภาพขึ้น และแนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีต่อความก้าวหน้าของบริษัทในระยะยาว นอกจากนี้ ในช่วงที่อุปสงค์ต่อที่อยู่อาศัยต่ำเช่นในปัจจุบัน MK ได้รับมือต่อสถานการณ์นี้ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปยังตลาดที่อยู่อาศัยแบบ Low Rise สำหรับครอบครัวระดับกลาง.
ก้าวเข้าสู่ปี 2564 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง ตามที่ระบุไว้ข้างต้นว่า ในปี2564 จะยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิดต่อไป และการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรมของผลประกอบการโดยรวมขององค์กรต่างๆ และตลาดการเงินจะยังคงมีสภาพคล่องอย่างล้นหลามต่อไป ตราบเท่าที่ยังคงมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังอย่างแข็งขัน บล. ฟินันเซียฯ ก็น่าที่จะสามารถสร้างผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้นต่อไป และหากมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯยังได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง ธุรกรรม IPO ก็จะยังคงสดใสต่อไป ในส่วนของ บล.ฟินันซ่า ซึ่งเริ่มต้นปีมาด้วยดี ด้วยการได้รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงินร่วม (Co-Lead) ในการเสนอขายหุ้น IPO ของบมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) มูลค่า 48,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ฝ่ายบริหารของ MK จะยังคงไม่ละเลยต่อแนวโน้มของอุปสงค์ต่อที่อยู่อาศัยในปี 2564 และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแหล่งรายได้ให้สอดคล้องต่อไป.
สรุปโดยรวม เป้าหมายหลักของฝ่ายบริหารของบมจ.ฟินันซ่าในปี 2564 คือ การต่อยอดพัฒนาผลประกอบการของกลุ่มบริษัทที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปี2563ให้เกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้น.
(ดร. วีรพงษ์ รามางกูร)
ประธานกรรมการ

อ่านรายละเอียด>>

สรุปข้อมูลการเงินประจำปี

งบการเงินรวม 2563 2562 2561
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 552.0 279.0 517.7
รายได้ค่าชดเชยการยกเลิกสัญญาเช่าช่วง 198.1
รายได้อื่น 13.5 26.4 4.1
รวมรายได้ 763.6 305.4 521.8
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 72.7 64.3 53.7
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 283.8 220.3 261.1
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 54.7 42.7 47.9
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น/ขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน 61.7 26.8 22.6
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 75.2 36.2 79.6
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 548.1 390.3 464.9
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน 215.5 (84.9) 56.9
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 30.8 (7.1) 27.7
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) (23.0) 9.4 (20.5)
กำไรสุทธิสำหรับปี 223.3 (82.6) 64.1
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.65 (0.24) 0.25
 
งบการเงินรวม 31 ธ.ค. 2563 31 ธ.ค. 2562 31 ธ.ค. 2561
รวมสินทรัพย์ 4,068.3 4,096.7 4,359.8
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,261.9 1,421.3 1,537.3
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,806.4 2,675.4 2,822.5
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,068.3 4,096.7 4,359.8
หุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว (หุ้น) 345,855,440
 
2563
31 ธ.ค. 2563
2562
31 ธ.ค. 2562
2561
31 ธ.ค. 2561
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม 29.2% -27.0% 12.3%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย 5.5% -2.0% 1.6%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย 8.1% -3.0% 2.5%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.45 0.53 0.54
 
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 8.11 7.74 8.16
 

รายงานประจำปี

งบการเงินรายไตรมาส

งบการเงินรวม (ล้านบาท) Q4-2562 Q1-2563 Q2-2563 Q3-2563 Q4-2563 Q1-2564 % QoQ % YoY
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 77.4 60.1 279.9 74.7 137.3 89.1 -35% 48%
รายได้อื่น 9.1 7.8 4.0 198.9 0.9 0.8 -11% -90%
รวมรายได้ 86.5 67.9 283.9 273.6 138.2 89.9 -35% 48%
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 16.1 15.7 15.7 17.1 24.2 13.0 -46% -17%
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 43.9 53.3 103.3 66.8 60.4 42.9 -29% 20%
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 11.2 34.6 1.1 11.0 8.0 27.0 238% -22%
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น/ขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน 26.8 - - - 61.7 (8.2) -113 -%
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 10.3 8.8 8.6 9.0 48.8 8.1 -83% -8%
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 108.3 112.4 128.7 103.9 203.1 82.8 -59% -26%
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน (21.8) (44.5) 155.2 169.7 (64.9) 7.1 111% 116%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (27.1) (18.3) 6.7 33.6 8.8 0.7 -92% 104%
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) (0.7) 4.6 (29.0) (24.8) 26.2 (9.2) 135% 300%
กำไรสุทธิสำหรับงวด (49.6) (58.2) 132.9 178.5 (29.9) (1.4) n.m. n.m.
กำไรต่อหุ้น (บาท) (0.14) (0.17) 0.38 0.52 (0.09) (0.00) n.m. n.m.
 
งบการเงินรวม (ล้านบาท) 31 ธ.ค. 2562 31 มี.ค. 2563 30 มิ.ย. 2563 30 ก.ย. 2563 31 ธ.ค. 2563 31 มี.ค. 2564 % QoQ % YoY
รวมสินทรัพย์ 4,096.7 4,040.8 4,343.3 4,359.3 4,068.3 3,868.8 -4.9% -4.3%
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,421.3 1,396.9 1,593.0 1,481.1 1,261.9 1,164.4 -7.7% -16.6%
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,675.4 2,643.9 2,750.3 2,878.2 2,806.4 2,704.4 -3.6% 2.3%
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,096.7 4,040.8 4,343.3 4,359.3 4,068.3 3,868.8 -4.9% -4.3%
หุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว(หุ้น) 345,855,440
 
Q4-2562
31 ธ.ค. 2562
Q1-2563
31 มี.ค. 2563
Q2-2563
30 มิ.ย. 2563
Q3-2563
30 ก.ย. 2563
Q4-2563
31 ธ.ค. 2563
Q1-2564
31 มี.ค. 2564
% QoQ % YoY
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม -57.3% -85.7% 46.8% 65.2% -21.6% -1.6%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย -1.2% -1.4% 3.2% 4.1% -0.7% 0.0%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย -1.8% -2.2% 4.9% 6.3% -1.1% -0.1%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.53 0.53 0.58 0.51 0.45 0.43
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 7.74 7.64 7.95 8.32 8.11 7.82 -3.6% 2.3%
 

ตัวชี้วัดผลงาน

กำไรต่อหุ้น (ในรอบ12 เดือน)

สินทรัพย์รวม

ส่วนของผู้ถือหุ้น

มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น

ข่าวและประกาศ

ราคาหุ้น

เงินปันผล

ช่วงเวลา เงินปันผล วันที่ขึ้น XD วันที่จ่ายเงินปันผล
1 ม.ค 63 - 31 ธ.ค. 63 0.15 บาท 11 พ.ค. 64 27 พ.ค. 64
1 ม.ค 63 - 31 ธ.ค. 63 0.35 บาท 8 มี.ค. 64 22 มี.ค. 64
1 ม.ค 63 - 30 มิ.ย. 63 0.15 บาท 1 ต.ค. 63 14 ต.ค. 63
1 ม.ค. 61 - 31 ธ.ค. 61 0.15 บาท 3 พ.ค. 62 21 พ.ค. 62
1 ม.ค. 60 - 31 ธ.ค. 60 0.15 บาท 7 พ.ค. 61 24 พ.ค. 61
1 ม.ค. 59 - 31 ธ.ค. 59 0.10 บาท 3 พ.ค. 60 24 พ.ค. 60
1 ม.ค. 58 - 31 ธ.ค. 58 0.10 บาท 3 พ.ค. 59 19 พ.ค. 59
1 ม.ค. 58 - 30 มิ.ย. 58 0.20 บาท 14 ต.ค. 58 27 ต.ค. 58
1 ม.ค. 57 - 31 ธ.ค. 57 0.10 บาท 3 พ.ค. 58 25 พ.ค. 58
 

หัวข้อในการประชุมผู้ถือหุ้น/ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

  • การเสนอระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ เป็นการล่วงหน้าในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น  >> อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2564
หนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563
รายงานความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ(สิ่งที่ส่งมาด้วย 3)
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562
หนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561
รายงานความเห็นชอบของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (สิ่งที่ส่งมาด้วย 6)
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2559
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2558
หนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2558