นักลงทุนสัมพันธ์

สารจากประธานกรรมการบริษัท

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2564 บริษัทฯ พบว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดทุนโดยรวมยังคงมีความยืดหยุ่นและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอันเป็นผลมาจากความสามารถในการกระจายวัคซีนโควิด-19 และบริษัทฯยังมีข้อสังเกตอีกประการว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจะส่งผลในทางบวกต่อตลาดที่พัฒนาแล้วในระดับที่ดีกว่าตลาดเกิดใหม่ ในปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งปีนำโดยตลาดสหรัฐฯ ดัชนีเอส แอนด์ พี (S&P500) ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 ในปี 2564 ในขณะที่ดัชนีแนสเด็ก (NASDAQ) ซึ่งเป็นดัชนีของกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 21
แนวทางการลงทุนหลักของปีที่ผ่านมา คือการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับเงินเฟ้อที่เริ่มกลับมาอีกครั้งและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยนักลงทุนตอบรับในเชิงบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม จากการที่อัตราเงินเฟ้อได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากข้อจำกัดด้าน supply chain ทำให้ความต้องการสินค้ามีมากกว่าสินค้าที่มีขาย ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หากนำมาเปรียบเทียบกัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผลตอบแทนที่ดี เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคโดยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ต่อปี ถึงแม้จะมีความท้าทายจากพื้นฐานของเศรษฐกิจภายในประเทศ การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ต่าง ๆ ทำให้การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทยต้องล่าช้าออกไป ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม ทำให้เกิด “การล็อกดาวน์” เป็นเวลานานถึงหกสัปดาห์ ซ้ำเติมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้ล่าช้าออกไปอีก โดยคาดว่าในปี 2564 GDP ของไทยจะเติบโตเพียงร้อยละ 1 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในประเทศยังมีความสนใจลงทุนในตลาดหุ้น ส่งผลให้ดัชนี SET ปรับตัวสูงขึ้นและปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
ในปี 2565 ยังคงมีความไม่แน่นอนอย่างมากว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนหรือไม่ อันเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ในด้านภาวะเศรษฐกิจโลก มีปัจจัยบวกคือรายได้ของบริษัทที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จากความคลายกังวลในเรื่องของสถานการณ์โควิด (เนื่องจากส่วนใหญ่มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและการรักษา) มุมมองทางเศรษฐกิจของบริษัทฯ อยู่ในกรอบของสองสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น โดยบริษัทฯมีมุมมองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะอยู่ในระดับปานกลางและความกดดันด้านเงินเฟ้อจะลดลงเนื่องจากข้อจำกัดใน supply chain จะมีความผ่อนคลายมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น แต่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และธนาคารกลางสหรัฐฯจะพยายามคงนโยบายแบบผ่อนคลายแทนที่จะพยายาม “รีบเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย” เศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะมีการเติบโตเทียบเคียงได้กับเศรษฐกิจของประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้ว โดยในปี 2565 เมื่อภาคการท่องเที่ยวและบริการเริ่มฟื้นตัวและการส่งออกก็เริ่มกลับมาดีขึ้น ภายใต้ปัจจัยพื้นฐานดังกล่าว บริษัทฯ มีมุมมองว่าตลาดหุ้นไทยและทั่วโลกมีโอกาสค่อนข้างน้อยที่จะปรับตัวต่ำลงกว่าระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ข้อกังวลประการที่สองคือเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศยูเครน ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ ยังไม่เห็นสัญญาณการประนีประนอมใดๆ เกิดขึ้น แม้ว่าทางออกทางการทูตดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้ หากความกดดันในเรื่องของยูเครนยังคงอยู่ต่อเนื่อง จะส่งผลให้ตลาดทุนเกิดความผันผวนเพิ่มมากขึ้น
ในส่วนของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในปี 2564 บมจ. ฟินันซ่า (FNS) มีผลขาดทุนสุทธิรวมจำนวน 42.2 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 223.3 ล้านบาท ที่รายงานในปี 2563 การลดลงของผลการดำเนินงาน เกิดขึ้นเนื่องจากรายได้ในปี 2563 เพิ่มขึ้นจากการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวอย่างมีนัยสำคัญ จากการขายพอร์ตคลังสินค้าของ FNS ให้กับ “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล” นอกจากนี้ผลกำไรที่ลดลงยังมีสาเหตุมาจากผลกระทบด้านลบของโควิด-19 ต่อรายได้ของ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) (MK) เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยลดลงในปี 2564 และ RAKxa ซึ่งเป็นธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ของ MK ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด-19
ประเด็นสำคัญทางธุรกิจของปี 2564 คือการขายหุ้นทั้งหมดในสัดส่วนร้อยละ 29.29 ของบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)(FSS) ออกไปในเดือนธันวาคม การตัดสินใจออกจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์มีสาเหตุจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ความผันผวนของผลกำไรในอดีตของ FSS ความอ่อนไหวของผลกำไรที่มีต่อปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) (ซึ่งคาดเดายาก) การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดหลักทรัพย์ และความท้าทายของการเป็นนายหน้า “อิสระ” ที่ไม่ได้เป็นบริษัทลูกของธนาคาร ในขณะที่เขียนรายงานฉบับนี้ FNS อยู่ระหว่างการดำเนินการจำหน่ายออก บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ FNS ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ซึ่งธุรกรรมนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสสองของปี 2565 นอกจากนี้ FNS ยังอยู่ในขั้นตอนการจำหน่ายพื้นที่สำนักงานที่อาคารทิสโก้ทาวเวอร์อีกด้วย โดยรวมแล้ว FNS จะมีการรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท
การขายธุรกิจบริการทางการเงินของ FNS เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทอย่างชัดเจน โดยธุรกิจการเงินมีสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของสินทรัพย์ในบัญชีงบดุลรวมในปี 2564 เพื่อให้เข้าใจบริบทดังกล่าว FNS มีการลงทุนในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านการถือหุ้นใน บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) (MK) คิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของสินทรัพย์ ในส่วนการลงทุนทางตรง (รวมถึง Private Equity และ PROSPECT REIT) มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณหนึ่งในห้า ส่วนที่เหลือเป็นการถือครองเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด รวมไปถึงพื้นที่สำนักงานในอาคารทิสโก้ทาวเวอร์ หลังจากการขายธุรกิจบริการด้านการเงินออกไป FNS จะถูกมองว่าเป็น Investment Holding Company แทนการเป็น Holding Company ที่มีการลงทุนด้านบริการทางการเงินเป็นหลัก
มองไปข้างหน้าในปี 2565 ผู้บริหารจะมุ่งเน้นที่การเพิ่มมูลค่าให้กับการลงทุนหลักใน MK และ PROSPECT REIT รวมถึงพอร์ตการลงทุนใน Private Equity ในขณะที่ยังคงต้องให้ความระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศ และบริหารการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดดังกล่าวนั้น ฝ่ายบริหารของ MK มีความเชื่อมั่นที่ดี จากแรงหนุนของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทย่อย คือ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจพัฒนาคลังสินค้า และการตอบสนองที่ดีของตลาดต่อธุรกิจของ RAKxa Health and Wellness ถึงแม้การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทยจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2565 แต่แนวโน้มระยะยาวของ RAKxa ก็มีทิศทางที่เป็นบวก การลงทุนใน RAKxa เป็นการลงทุนที่สำคัญและเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของ MK ในการสร้างรายได้ประจำ (recurring income) โดยในปี 2565 MK จะมุ่งเน้นการขายที่ดินส่วนเกินและสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อสร้างสภาพคล่องและผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะเดียวกัน Bangkok Free Trade Zone ซึ่งเป็นทรัพย์สินหลักของ PROSPECT REIT กลับไม่ค่อยได้รับผลกระทบจาก Covid-19 เท่าใดนัก โดยอัตราการเช่าและค่าเช่ายังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และคาดว่าจะคงอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่องต่อไปในปี 2565
ก้าวต่อไปของธุรกิจ Private Equity มีเป้าหมายหลัก คือ การจำหน่ายเงินลงทุนออกไปเพื่อรับรู้ผลกำไร โดยการลงทุนแรกที่คาดว่าจะดำเนินการ EXIT ได้ คือการนำ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ดูและสุขอนามัยส่วนบุคคล โดย FNS ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 12 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในขณะเดียวกัน การลงทุน Private Equity โครงการใหม่ๆ จะต้องมีแนวทาง EXIT และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น การลงทุนของกลุ่มใน บริษัท บีเอฟทีแซด วังน้อย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ให้กับสยามแม็คโคร FNS ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 และมีการจัดหาเงินทุนระยะยาวจากธนาคารไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนที่จะขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ในขณะเดียวกัน กระแสเงินสดรับจากการขายสินทรัพย์ในปี 2564และ 2565 จะถูกนำไปใช้เพื่อลดหนี้ส่วนหนึ่ง เพื่อการบริหารจัดการสภาพคล่องส่วนหนึ่ง และเงินสดบางส่วนจะถูกนำไปลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ
กล่าวโดยรวม เป้าหมายของฝ่ายบริหารของ FNS ในปี 2565 คือการจัดการทรัพย์สินของกลุ่มบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ให้การสนับสนุนกลุ่มบริษัทในเครือให้บรรลุเป้าหมายที่แต่ละบริษัทวางไว้ ขายเงินลงทุนและทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อรับรู้กำไร และปรับปรุงคุณภาพของผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มให้อยู่ในระดับที่ดีและมีความยั่งยืน
สุดท้ายนี้ กระผม และคณะกรรมการบริษัททุกท่าน มีความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตประธานกรรมการของบริษัทฟินันซ่า ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และขอกล่าวแสดงความขอบคุณและซาบซึ้งใจในความกรุณาของท่านที่ให้เกียรติรับดำรงตำแหน่งประธานกรรมการให้แก่ฟินันซ่ามาเป็นระยะเวลากว่า 16 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่ง ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานฯอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยสติปัญญา ความรู้และความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาอย่างยิ่งความเมตตาของท่าน
ซึ่งจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

อ่านรายละเอียด>>

สรุปข้อมูลการเงินประจำปี

งบการเงินรวม 2564 2563 2562
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 257.0 552.0 279.0
รายได้ค่าชดเชยการยกเลิกสัญญาเช่าช่วง 198.1
รายได้อื่น 8.9 13.5 26.4
รวมรายได้ 265.9 763.6 305.4
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 58.8 72.7 64.3
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 157.4 283.8 220.3
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 63.6 54.7 42.7
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น/ขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน (32.9) 61.7 26.8
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 99.0 75.2 36.2
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 345.9 548.1 390.3
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน (80.0) 215.5 (84.9)
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 50.9 30.8 (7.1)
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) (13.1) (23.0) 9.4
กำไรสุทธิสำหรับปี (42.2) 223.3 (82.6)
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.12 0.65 (0.24)
 
งบการเงินรวม 31 ธ.ค. 2564 31 ธ.ค. 2563 31 ธ.ค. 2562
รวมสินทรัพย์ 4,128.5 4,068.3 4,096.7
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,511.2 1,261.9 1,421.3
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,617.3 2,806.4 2,675.4
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,128.5 4,068.3 4,096.7
หุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว (หุ้น) 345,855,440
 
2564
31 ธ.ค. 2564
2563
31 ธ.ค. 2563
2562
31 ธ.ค. 2562
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม -15.9% 29.2% -27.0%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย -1.0% 5.5% -2.0%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย -1.6% 8.1% -3.0%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.58 0.45 0.53
 
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 7.75 8.11 7.74
 

รายงานประจำปี

แบบ 56-1 ONE REPORT

งบการเงินรายไตรมาส

งบการเงินรวม (ล้านบาท) Q4-2563 Q1-2564 Q2-2564 Q3-2564 Q4-2564 % QoQ % YoY
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 137.3 89.1 103.4 29.5 35.0 19% -75%
รายได้อื่น 0.9 0.8 4.0 0.8 3.3 313% 267%
รวมรายได้ 138.2 89.9 107.4 30.3 38.3 26% -72%
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 24.2 13.0 11.6 13.8 20.4 48% -16%
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 60.4 42.9 66.4 23.8 24.3 2% -60%
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 8.0 27.0 20.5 18.8 (2.7) -114% -134%
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น/ขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน 61.7 (8.2) (7.9) (8.4) (8.4)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 48.8 8.1 8.1 8.1 74.7 822% 53%
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 203.1 82.8 98.7 56.1 108.3 93% -47%
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน (64.9) 7.1 8.7 (25.8) (70.0) 171% 8%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 8.8 0.7 7.4 6.0 36.8 513% 318%
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) 26.2 (9.2) (2.7) (1.2) - -100% -100%
กำไรสุทธิสำหรับงวด (29.9) (1.4) 13.4 (21.0) (33.2) 58% 11%
กำไรต่อหุ้น (บาท) (0.09) (0.00) 0.04 (0.06) (0.10) 58% 11%
 
งบการเงินรวม (ล้านบาท) 31 ธ.ค. 2563 31 มี.ค. 2564 30 มิ.ย. 2564 30 ก.ย. 2564 31 ธ.ค. 2564 % QoQ % YoY
รวมสินทรัพย์ 4,068.3 3,868.8 3,725.7 4,278.0 4,128.5 -3.5% 1.5%
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,261.9 1,164.4 1,048.8 1,614.8 1,511.2 -6.4% 19.8%
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,806.4 2,704.4 2,676.9 2,663.2 2,617.3 -1.7% -6.7%
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,068.3 3,868.8 3,725.7 4,278.0 4,128.5 -3.5% 1.5%
หุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว(หุ้น) 345,855,440
 
Q4-2563
31 ธ.ค. 2563
Q1-2564
31 มี.ค. 2564
Q2-2564
30 มิ.ย. 2564
Q3-2564
30 ก.ย. 2564
Q4-2564
31 ธ.ค. 2564
% QoQ % YoY
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม -21.6% -1.6% 12.5% -69.3% -86.6%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย -0.7% -0.1% 0.7% -0.7% -0.8%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย -1.1% -0.2% 1.0% -1.0% -1.3%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.45 0.43 0.39 0.61 0.58
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 8.11 7.82 7.74 7.70 7.57 -1.7% -6.7
 

ตัวชี้วัดผลงาน

กำไรต่อหุ้น (ในรอบ12 เดือน)

สินทรัพย์รวม

ส่วนของผู้ถือหุ้น

มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น

ข่าวและประกาศ

ราคาหุ้น

เงินปันผล

ช่วงเวลา เงินปันผล วันที่ขึ้น XD วันที่จ่ายเงินปันผล
1 ม.ค 63 - 31 ธ.ค. 63 0.15 บาท 11 พ.ค. 64 27 พ.ค. 64
1 ม.ค 63 - 31 ธ.ค. 63 0.35 บาท 8 มี.ค. 64 22 มี.ค. 64
1 ม.ค 63 - 30 มิ.ย. 63 0.15 บาท 1 ต.ค. 63 14 ต.ค. 63
1 ม.ค. 61 - 31 ธ.ค. 61 0.15 บาท 3 พ.ค. 62 21 พ.ค. 62
1 ม.ค. 60 - 31 ธ.ค. 60 0.15 บาท 7 พ.ค. 61 24 พ.ค. 61
1 ม.ค. 59 - 31 ธ.ค. 59 0.10 บาท 3 พ.ค. 60 24 พ.ค. 60
1 ม.ค. 58 - 31 ธ.ค. 58 0.10 บาท 3 พ.ค. 59 19 พ.ค. 59
1 ม.ค. 58 - 30 มิ.ย. 58 0.20 บาท 14 ต.ค. 58 27 ต.ค. 58
1 ม.ค. 57 - 31 ธ.ค. 57 0.10 บาท 3 พ.ค. 58 25 พ.ค. 58
 

หัวข้อในการประชุมผู้ถือหุ้น/ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

  • การเสนอระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ เป็นการล่วงหน้าในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น  >> อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
   
หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2565
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2564
หนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563
รายงานความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ(สิ่งที่ส่งมาด้วย 3)
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562
หนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561
รายงานความเห็นชอบของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (สิ่งที่ส่งมาด้วย 6)
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2559
หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2558
หนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2558