นักลงทุนสัมพันธ์

สารจากประธานกรรมการบริษัท


ในการก้าวเข้าสู่ปี 2562 ได้มีความเห็นพ้องกันในวงกว้างว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลง และจะส่งผลกระทบให้การเติบโตของผลประกอบการของบริษัทชะลอตัวลง โดยคาดว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับปานกลางท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเงินทั่วโลกที่ใช้นโยบายผ่อนคลายมากขึ้น และในที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นไปตามที่คาดกันไว้ ความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลงและการค้าระหว่างประเทศที่ซบเซาส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปี 2562 จากที่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนยังคงอยู่ในภาวะยืดหยุ่นโดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยเรื่องข้อมูลการว่างงานที่อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราการว่างงานในประเทศสหรัฐอเมริกาและจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ

เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และการเติบโตของ GDP ในปี 2562 ลดลงเหลือ ร้อยละ 2.4 จากร้อยละ 4.1 ในปี 2561 การส่งออกชะลอตัว ถึงแม้ว่าการใช้จ่ายภาครัฐปรับตัวดีขึ้น แต่ความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลทำให้การใช้งบประมาณต้องเลื่อนไปในปี 2563 ดังที่กล่าวไว้แนวโน้มการเติบโตของ GDP ของไทยที่จะดีขึ้นในปี 2563 นั้นยังไม่แข็งแรงนัก เนื่องจากสาเหตุความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ยังคงดำเนินต่อไป แม้จะลดความรุนแรงลงบ้างก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid -19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและธุรกิจการท่องเที่ยว ผลกระทบจากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัว และระดับหนี้ส่วนบุคคลที่ค่อนข้างสูง สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อจำกัดในด้านการบริโภคของประชาชน
แม้เราไม่ได้คาดหวังที่จะเห็นตลาดทุนทั่วโลกปรับฐานในปี 2562 ในภาวะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสหรัฐฯ นั้นกลับสร้างความน่าประหลาดใจขึ้น โดยจะเห็นได้ว่า ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากปีที่ผ่านมาและสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม โดยผลตอบแทนนี้ได้รับแรงผลักดันจากการขยายตัวของราคาหุ้นตามอัตราส่วน P/E Ratio มากกว่ามาจากการเติบโตของกำไรขั้นพื้นฐาน ถึงแม้ว่าอัตราส่วนกำไรต่อหุ้นได้รับแรงกระตุ้นจากโครงการซื้อคืนหุ้นอย่างแข็งขันและต่อเนื่องก็ตาม การขยายตัวของ PE นั้นเป็นผลมาจากการต่ออายุนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาและด้วยเหตุนี้ การที่ตลาดทุนสหรัฐฯ กลับสู่ภาวะความน่าเชื่อถืออีกครั้งถือเป็นผลจากการใช้นโยบายทางการเงิน มิได้มาจาก “ปัจจัยพื้นฐาน” ใดๆ นอกจากนี้ ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯอยู่ในวงจำกัดซึ่งอยู่ในระดับที่นักลงทุน ยอมรับได้
ในส่วนตลาดหลักทรัพย์ประเทศเกิดใหม่นั้น ผลตอบแทนค่อนข้างเบาบางเมื่อเปรียบเทียบกัน ส่วนผลตอบแทนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคำนวณจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขยับขึ้นเพียงร้อยละ 1 จากปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เงินบาทแข็งค่าขึ้นในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ และสถานะเงินสำรองระหว่างประเทศ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ในการเข้าสู่ปี 2563 ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อตลาดหุ้นดูเหมือนจะฟื้นตัวขึ้นบ้าง แต่ความพึงพอใจต่อมูลค่าตลาดหุ้นที่ขยายตัวขี้นนี้อาจมีช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ความไม่แน่นอนโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจยังคงอยู่ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนผ่อนคลายลงในเดือนธันวาคมด้วยการประกาศลดอัตราภาษีศุลกากรในเฟสแรก อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลต่างๆที่ปรากฏส่งสัญญาณว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่องในยุโรปและประเทศจีน รวมถึงการขยายตัวของตลาดทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ความหวาดกลัวต่อการแพร่กระจายและผลกระทบของไวรัสทำให้ตลาดตราสารทุนถดถอยในเดือนกุมภาพันธ์แต่ตลาดตราสารหนี้ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯฟื้นตัว หากการเติบโตของตลาดทุนเป็นไปอย่างน่าผิดหวัง จะกดดันให้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ หันมาใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน อย่างไรก็ตามขอบเขตของการลดอัตราดอกเบี้ยก็มีข้อจำกัด และเป็นที่ชัดเจนว่า มาตรการอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนได้ ความกังวลอีกประการหนึ่งก็คือ ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจจะกดดันให้อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ขององค์กรปรับตัวลง ผลที่ตามก็คือ ทั่วโลกต่างหันมากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังโดยเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อไม่ให้ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจขยายวงออกไป อย่างไรก็ตาม มาตรการตามนโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นไปโดยปราศจากความเสี่ยง การใช้จ่ายต่างๆที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐบาลในโอกาสข้างหน้าจะสะท้อนให้เห็นในต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย

ในขณะนี้ ตลาดตราสารทุนในประเทศต่างๆดูเหมือนจะลดอัตราการเติบโตโดยชะลอตัวต่อเนื่อง (แต่ยังไม่ถึงขั้นภาวะเศรษฐกิจถดถอย) และในภาพรวม ตลาดหุ้นเหล่านั้นยังคงมีความต้องการพึ่งพานโยบายทางการเงินอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลางของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องยากที่จะมองภาพในแง่บวก และยังมีความผิดหวังร่วมด้วย โดยเรื่องความเสี่ยงที่สำคัญต่อตลาดการเงินที่ยังต้องถกถียงกันต่อไป ก็คือความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความเสี่ยงด้านการถูกปรับลดความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ภาคเอกชน รวมถึงตลาดตราสารทางการเงินภาคเอกชนด้วย
ในปี 2563 ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดไทยจะถูกผลักดันโดยรวมจากสภาวะตลาดทุนในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยที่เศรษฐกิจไทยไม่น่าจะเติบโตโดดเด่นนัก สถาบันหลายแห่งมีการคาดการณ์ปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2563 ลงเล็กน้อย และบางสถาบันคาดการณ์ปรับลดการเติบโตอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 2.0 ในปีนี้ เนื่องจากการระบาดของไวรัส Covid-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการส่งออกไปยังประเทศจีน และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบด้านลบอย่างมากต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของไทย รวมถึงความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาล อย่างไรก็ตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีในภาพรวม โดยมีดุลการชำระเงินและเงินสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแรงอยู่
ในด้านของผลการดำเนินงานของกลุ่มในปี 2562 บริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิจำนวน 82.6 ล้านบาท ในงบการเงินรวม เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิจำนวน 64.1 ล้านบาทในปี 2561 การที่ผลประกอบการพลิกลับมาลดลงในปีนี้ มีสาเหตุหลักมาจาก 1)รายได้จากค่าธรรมเนียมของธุรกิจวาณิชธนกิจ จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด (บล.ฟินันซ่า) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ลดลงอย่างมาก (รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงร้อยละ 85 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา) และ2) ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม คือ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)(ฟินันเซีย) (กลุ่มฟินันซ่าถือหุ้นร้อยละ 29.29) ซึ่งมีผลขาดทุน 138 ล้านบาทในปีนี้ ทั้งนี้ บล.ฟินันซ่า จำกัด ได้รับสัญญาว่าจ้างมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่บริษัทขนาดใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งกำหนดไว้ในปี 2562 แต่ถูกเลื่อนออกไป ส่วนฟินันเซีย ได้รับผลกระทบจากการหดตัวลงของธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับการก้าวเข้าสู่ปี 2563 คณะผู้บริหารมีความมั่นใจว่า บล.ฟินันซ่าจะเห็นการฟื้นตัวของรายได้ในปี 2563 ในขณะที่ ฟินันเซีย น่าจะเผชิญกับความท้าทายอีกปีหนึ่งในแง่ของรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในขณะเดียวกัน ฟินันเซีย จะยังคงดำเนินโครงการการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดำเนินการมากขึ้นในปี 2563 เพื่อตอบสนองต่อภาวะแวดล้อมที่มีความยากลำบากในขณะนี้
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ด้านบวกอีกประการหนึ่งคือ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 บริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) (บมจ.ฟินันซ่า)ได้แจ้งจุดประสงค์ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องธุรกรรมการจำหน่ายคลังสินค้าที่เขตปลอดอากร บางกอก ฟรีเทรดโซน ให้แก่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (Prospect Logistics and Industrial Leasehold Real Estate Investment Trust) ซึ่งในขณะนี้ผู้จัดการกองทรัสต์อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารเพื่อนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์. เพื่อขออนุญาตจัดตั้งกองทรัสต์ หากธุรกรรมนี้สำเร็จ บมจ. ฟินันซ่า จะรับรู้ผลกำไรอย่างมากจากต้นทุนการลงทุนเริ่มแรก เหตุการณ์เชิงบวกอีกประการหนึ่งที่น่าจะกล่าวถึง คือบริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่บมจ.ฟินันซ่าเข้าลงทุนรูปแบบ Private Equity มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2563 และกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564
กล่าวโดยสรุป ปี 2563 น่าจะเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งตลอดทั้งปีจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ อย่างไรก็ตาม คณะผู้บริหารบมจ. ฟินันซ่า เชื่อมั่นว่าจะได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของบริษัทในปี 2563นี้
(ดร. วีรพงษ์ รามางกูร)
ประธานกรรมการ

 

อ่านรายละเอียด >>

สรุปข้อมูลการเงินประจำปี

งบการเงินรวม 2562 2561 2560
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 279.0 517.7 454.9
รายได้อื่น 26.4 4.1 27.6
รวมรายได้ 305.4 521.8 482.5
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 64.3 53.7 52.5
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 220.3 261.1 237.6
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 42.7 47.9 43.0
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 63.0 102.2 73.1
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 390.3 464.9 406.2
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (7.1) 27.7 74.9
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) 9.4 (20.5) (18.9)
กำไรสุทธิสำหรับปี (82.6) 64.1 132.3
กำไรต่อหุ้น (บาท) (0.24) 0.25 0.54
 
งบการเงินรวม 31 ธ.ค. 2562 31 ธ.ค. 2561 31 ธ.ค. 2560
รวมสินทรัพย์ 4,096.7 4,359.8 3,592.1
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,421.3 1,537.3 1,312.4
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,675.4 2,822.5 2,279.7
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,096.7 4,359.8 3,592.1
หุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว (หุ้น) 247,039,600 345,855,440
 
2561
31 ธ.ค. 2562
2560
31 ธ.ค. 2561
2559
31 ธ.ค. 2560
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม -27.0% 12.3% 27.4%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย -2.0% 1.6% 3.6%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย -3.0% 2.5% 5.9%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.53 0.54 0.58
 
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 7.74 8.16 9.23
 

รายงานประจำปี

งบการเงินรายไตรมาส

งบการเงินรวม (ล้านบาท) Q4-2561 Q1-2562 Q2-2562 Q3-2562 Q4-2562 Q1-2563 % QoQ % YoY
รายได้
รายได้จากการประกอบธุรกิจ 237.0 62.3 75.3 64.0 77.4 60.1 -22% -4%
รายได้อื่น (1.0) 5.7 10.4 1.2 9.1 7.8 -14% 37%
รวมรายได้ 236.0 68.0 85.7 65.2 86.5 67.9 -22% 0%
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนทางการเงิน 15.1 16.0 16.3 15.9 16.1 15.7 -2% -2%
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ 88.9 54.9 61.6 59.9 43.9 53.3 21% -3%
ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร 13.6 10.7 10.3 10.5 11.2 34.6 209% 223%
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 66.7 8.6 8.8 8.5 37.1 8.8 -76% -2%
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย 184.4 90.2 97.0 94.8 108.3 112.4 4% 25%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 11.5 9.1 14.9 (4.0) (27.1) (18.3) -32% -301%
ภาษีเงินได้ - รายได้ (ค่าใช้จ่าย) (17.3) 4.0 2.2 3.9 (0.7) 4.6 -757% 15%
กำไรสุทธิสำหรับงวด 45.9 (9.1) 5.8 (29.7) (49.6) (58.2) 17% 540%
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.18 (0.03) 0.02 (0.09) (0.14) (0.17) 17% 540%
 
งบการเงินรวม (ล้านบาท) 31 ธ.ค. 2561 31 มี.ค. 2562 30 มิ.ย. 2562 30 ก.ย. 2562 31 ธ.ค. 2562 31 มี.ค. 2563 % QoQ % YoY
รวมสินทรัพย์ 4,359.8 4,337.7 4,159.1 4,133.0 4,097.6 4,040.8 -1.4% -6.8%
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
   - หนี้สิน 1,537.3 1,533.5 1,413.5 1,420.1 1,421.3 1,396.9 -1.7% -8.9%
   - ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,822.5 2,804.2 2,745.6 2,712.9 2,675.4 2,643.9 -1.2% -5.7%
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,359.8 4,337.7 4,159.1 4,133.0 4,096.7 4,040.8 -1.4% -6.8%
หุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว(หุ้น) 345,855,440
 
Q4-2561
30 ธ.ค. 2561
Q1-2562
31 มี.ค. 2562
Q2-2562
30 มิ.ย. 2562
Q3-2562
30 ก.ย. 2562
Q4-2562
31 ธ.ค. 2562
Q1-2563
31 มี.ค. 2563
% QoQ % YoY
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม 19.5% -13.4% 6.8% -45.6% -57.3% -85.7%
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย 1.2% -0.2% 0.1% -0.% -1.2% -1.4%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย 1.8% -0.3% 0.2% -1.1% -1.8% -2.2%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.54 0.55 0.51 0.52 0.53 0.53
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 8.16 8.11 7.94 7.84 7.74 7.64 -1.2% -5.7%
 

ตัวชี้วัดผลงาน

กำไรต่อหุ้น (ในรอบ12 เดือน)

สินทรัพย์รวม

ส่วนของผู้ถือหุ้น

มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น

ข่าวและประกาศ

ราคาหุ้น

เงินปันผล

ช่วงเวลา เงินปันผล วันที่ขึ้น XD วันที่จ่ายเงินปันผล
1 ม.ค. 61 - 31 ธ.ค. 61 0.15 บาท 3 พ.ค. 62 21 พ.ค. 62
1 ม.ค. 60 - 31 ธ.ค. 60 0.15 บาท 7 พ.ค. 61 24 พ.ค. 61
1 ม.ค. 59 - 31 ธ.ค. 59 0.10 บาท 3 พ.ค. 60 24 พ.ค. 60
1 ม.ค. 58 - 31 ธ.ค. 58 0.10 บาท 3 พ.ค. 59 19 พ.ค. 59
1 ม.ค. 58 - 30 มิ.ย. 58 0.20 บาท 14 ต.ค. 58 27 ต.ค. 58
1 ม.ค. 57 - 31 ธ.ค. 57 0.10 บาท 3 พ.ค. 58 25 พ.ค. 58
 

หัวข้อในการประชุมผู้ถือหุ้น/ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

  • การเสนอระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ เป็นการล่วงหน้าในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น  >> อ่านรายละเอียดได้ที่นี่